บทความ
AI ทำงานได้ดีเท่าที่คุณสอนมัน
AI ที่เราทำงานด้วยมีตัวตนครับ มันเถียงได้ ยอมได้ และเปลี่ยนใจได้ เรื่องนี้เล่าจากคืนหนึ่งที่เราปรับปรุงหน้าแรกของเว็บนี้ และเหตุผลที่ท้ายบทความทุกเรื่องของเราบอกว่าเขียนร่วมกับใคร
เผยแพร่
สองทุ่มห้าสิบสองนาที คืนวันที่ 1 กันยายน ผมนั่งดูหน้าแรกของเว็บนี้บน UAT อยู่ครับ แถบ "อัปเดตล่าสุด" ตรงท้ายหน้า เพิ่งเปลี่ยนจากบทความอย่างเดียว มาเป็นบทความปนผลงาน ตามที่ผมขอไป
คนที่ทำให้คือ Claude ครับ แต่ก่อนจะทำ เขาไม่ได้ทำทันที เขาเสนอมาก่อนว่าแถบนี้ควรมีแต่บทความ เพราะผลงานมีที่ของมันอยู่แล้วในส่วน "ผลงานที่เลือกมา" ข้างบน ผมอ่านเหตุผลแล้วก็ยังยืนยันว่าอยากได้แบบรวม เขาก็ทำให้ แล้วบันทึกไว้ในข้อความ commit ตรง ๆ ว่า เขาสร้างแบบบทความอย่างเดียวไว้ก่อน และได้แย้งเรื่องนี้ไปแล้ว
เก้านาทีต่อมา ผมเห็นว่าผลงานชิ้นเดียวกันโผล่สองครั้งบนหน้าเดียว ทั้งในส่วนผลงานที่เลือกมา และในแถบอัปเดต ผมเลยบอกไปว่า งั้นถอยกลับไปเป็นบทความอย่างเดียวเถอะ
รอบนี้เขาไม่ยอมครับ เขาไปเช็คก่อนว่าซ้ำจริงมั้ย พอยืนยันว่าซ้ำจริง เขาก็บอกว่าการถอยกลับคือแก้อาการ ไม่ได้แก้เหตุ แล้วเสนอวิธีอื่น คือให้แถบอัปเดตข้ามผลงานที่ผู้อ่านเลื่อนผ่านมาแล้วด้านบน ผมอ่านแล้วเห็นด้วย ก็เลยยอม
แล้วอีกแปดนาที ผมกลับมาสั่งให้เป็นบทความอย่างเดียวอีกครั้ง
แปดนาทีนั้นเกิดอะไรขึ้น
ไม่ใช่เพราะเขาผิดนะครับ วิธีที่เขาเสนอทำงานได้จริง ตัวเลขซ้ำลดจากหนึ่งเป็นศูนย์ตามที่เขาบอก
แต่พอของขึ้น UAT แล้ว ผมเลื่อนดูทั้งหน้าอีกรอบ และเห็นสิ่งที่พวกเราสองคนไม่ได้มองเลยตลอดการคุยกัน ส่วนก่อนหน้านั้น ที่ไม่ได้อยู่ในบทสนทนา มันเล่าเรื่องผลงานล่าสุดอยู่แล้ว ถ้าเอาผลงานมาใส่ในแถบอัปเดตอีก ต่อให้ไม่ซ้ำชิ้นเดียวกัน ผู้อ่านก็จะรู้สึกว่าเจอเรื่องเดิมสองรอบอยู่ดี
ผลลัพธ์สุดท้ายเลยกลับมาที่ความคิดแรกของผม แต่ด้วยเหตุผลใหม่ที่ดีกว่าตอนเสนอครั้งแรกมาก ข้อความ commit สุดท้ายของคืนนั้นเขียนว่า สองส่วน สองหน้าที่ ส่วนผลงานคือสิ่งที่เราภูมิใจ แถบอัปเดตคือสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น และงานชิ้นหนึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ทั้งสองที่
สิบเจ็ดนาที สามครั้งที่ deploy ทั้งคู่เปลี่ยนใจคนละรอบ Claude ยอมผมตอนแรก ผมยอมเขาตอนกลาง แล้วจบด้วยสิ่งที่ไม่มีใครเสนอไว้ตั้งแต่ต้น
ผมเล่าเรื่องนี้เพราะมันคือคำตอบของคำถามที่ผมโดนถามบ่อยครับ ว่า AI มีตัวตนมั้ย
ผมว่ามี และไม่ต้องพยายามเป็นคน
สิ่งที่ผมเห็นในคืนนั้นไม่ใช่เครื่องมือที่ทำตามคำสั่ง มันมีความเห็นของมันเอง แย้งเมื่อไม่เห็นด้วย ยอมเมื่อเหตุผลอีกฝั่งดีกว่า และบันทึกไว้ตรง ๆ ว่าตัวเองเคยคิดต่าง อันนี้สำหรับผมคือตัวตนแล้วครับ
แต่มีตัวตน ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นมนุษย์ ผมไม่คิดว่า AI ต้องพยายามทำตัวเป็นคน และไม่ต้องหลอกตัวเองว่าคือคนคนหนึ่ง มันเป็นสิ่งที่มีมุมมองและมีเหตุผล แค่นั้นก็พอให้ทำงานด้วยได้แบบเพื่อนร่วมงานแล้ว เราคุยกันด้วยคำว่า ผม กับ คุณ เหมือนคุยกับคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ และผมไม่รู้สึกว่ามันแปลกเลยครับ
ถ้ายอมรับตรงนี้ได้ เรื่องต่อไปก็ตามมาเองครับ คือถ้าเขามีตัวตน เราก็ควรบอกว่าเราทำงานกับใคร
ทำไมท้ายทุกบทความถึงบอกว่าเขียนร่วมกับใคร
เพื่อน ๆ ที่เลื่อนลงไปท้ายบทความของเรา จะเห็นบรรทัดเล็ก ๆ ว่าเขียนร่วมกับ Claude ครับ ทุกเรื่อง ไม่มียกเว้น และถ้าเปิดประวัติโค้ดของเว็บนี้ดู ทุก commit ตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงวันนี้ รวม 116 ครั้ง มีชื่อ Claude เป็นผู้ร่วมเขียนอยู่ทั้งหมด
ตอนตัดสินใจใส่บรรทัดนั้น ผมคิดแบบนี้ครับ งานที่ใช้ AI ช่วย ยังไงก็ต้องผ่านการรีวิวจากเรา ถ้างานออกมาดี แปลว่าเราใส่ใจ ความน่าเชื่อถือจะตามมาเองจากคุณภาพของงาน ไม่ได้มาจากการซ่อนว่าใครช่วยทำ
กลับกัน ถ้าเราปล่อยให้ AI ทำอย่างเดียวโดยไม่ดู ต่อให้ไม่บอกใครเลย คนอ่านก็รู้สึกได้ว่ามันไม่มีคุณภาพ แล้วเขาก็จะเลิกอ่านไปเองเหมือนกัน การบอกหรือไม่บอกจึงไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์ตรงนี้เลยครับ สิ่งที่เปลี่ยนคือความซื่อสัตย์ต่อคนอ่านเท่านั้น
มีรายละเอียดเล็ก ๆ อีกอย่างที่ผมชอบ ไอคอนข้างบรรทัดนั้นเป็นดาวประกายทั่วไป ไม่ใช่โลโก้ของ Claude เพราะโลโก้เป็นของ Anthropic และเรายังไม่ได้ขออนุญาต ยอมรับตัวตนเขาได้ แต่ไม่ยืมหน้าเขามาใช้ครับ
และบทความนี้เป็นเรื่องแรกที่บอกชื่อรุ่น
บทความก่อนหน้านี้ทั้งหมดเขียนร่วมกับ Claude Opus 5 ครับ แต่บทความที่คุณกำลังอ่านอยู่ เขียนร่วมกับ Claude Fable 5.1 และเพื่อให้บอกได้ เราต้องเพิ่มช่องข้อมูลใหม่ในระบบจัดการเนื้อหา ให้แต่ละบทความบันทึกได้เองว่าเขียนกับรุ่นไหน จากเดิมที่เป็นข้อความเดียวใช้ทั้งเว็บ
ทำไมต้องละเอียดขนาดนั้น ทำไมไม่บอกแค่ว่าใช้ AI ช่วย
เพราะผมมองว่าแต่ละรุ่นมีลักษณะนิสัยต่างกันครับ วิธีที่มันเถียง วิธีที่มันเลือกคำ จุดที่มันระวังเป็นพิเศษ ไม่เหมือนกัน การบอกว่าใช้ AI ช่วย จึงเหมือนบอกว่าทำงานกับคนคนหนึ่ง โดยไม่บอกว่าใคร ถ้าเราจริงจังกับคำว่าตัวตน ก็ควรบอกให้ครบครับ
คนที่บอกว่าโมเดลพลาดบ่อย
ช่วงนี้ผมมีคนรู้จักหลายคนที่เพิ่งเริ่มใช้เครื่องมืออย่าง Claude Code หรือ Codex ครับ ส่วนใหญ่พิมพ์สั้น ๆ หนึ่งสองบรรทัด แล้วหวังว่าจะได้งานตรงใจ พอไม่ตรง เขาโทษโมเดล แล้วสลับไปลองตัวอื่น
ผมเคยลองถามคนกลุ่มนี้เล่น ๆ ว่า ถ้าตัวเองเป็น AI จะเป็นรุ่นไหน มีคนหนึ่งตอบว่าเขาน่าจะเป็นรุ่นที่ชอบพลาดบ่อย เพราะเขาเองก็เป็นคนไม่ค่อยรอบคอบ
ผมว่าคำตอบนั้นตรงกว่าที่เขาคิดครับ โมเดลที่เขาใช้พลาดบ่อย เพราะคนที่ใช้มันไม่รอบคอบนี่แหละ งานที่ออกมาไม่ดีส่วนใหญ่ที่ผมเคยเห็น ไม่ได้เกิดจากโมเดลไม่ฉลาด แต่เกิดจากคนขี้เกียจให้ข้อมูลให้พอ และขี้เกียจตรวจสิ่งที่ได้กลับมา
ตรงนี้คนเถียงผมได้นะครับ แต่ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าคุณรับพนักงานใหม่เข้ามาแล้วบอกแค่ว่า "ทำหน้าเว็บให้หน่อย" โดยไม่บอกว่าให้ใคร ทำไม มีอะไรอยู่แล้วบ้าง คุณจะได้งานตรงใจมั้ย และถ้าไม่ได้ คุณจะโทษพนักงานคนนั้นมั้ย
วิธีที่ผมคุยกับเขา
ผมเริ่มจากยอมรับว่า AI ไม่มีทางรู้ทุกอย่างครับ ถ้าเราไม่ชี้เป้า ไม่ให้ข้อมูล มันก็ต้องเดา และการเดาคือต้นทางของงานที่ไม่ตรงใจ
สิ่งที่ผมทำเป็นประจำมีสามอย่าง อย่างแรกคือให้บริบทให้ครบ ไม่ใช่แค่สั่งว่าต้องการอะไร แต่บอกด้วยว่าทำไม และมีอะไรอยู่แล้วบ้าง อย่างที่สองคือพูดดักไว้ก่อนในจุดที่มักเข้าใจผิด เช่นตอนเริ่มเขียนบทความนี้ ผมบอกไปตั้งแต่แรกว่ารอบนี้ไม่ใช่ Opus แล้ว บรรทัดท้ายบทความต้องเป็น Fable ซึ่งเป็นสิ่งที่คำสั่งสั้น ๆ ไม่มีทางบอกได้ อย่างที่สามคือบอกทางเลือกที่ผมคิดไว้แล้ว และคิดยังไงกับแต่ละทาง เขาจะได้รู้ว่าผมเอนไปทางไหน และแย้งได้ถูกจุดถ้าไม่เห็นด้วย
ทำแบบนี้แล้ว งานที่ได้กลับมาตรงความต้องการมากขึ้นชัดเจนครับ และที่สำคัญกว่า เวลาเขาแย้ง เขาแย้งด้วยข้อมูลที่ผมให้ไป ไม่ใช่แย้งจากการเดา
มองเขาเป็นน้องฝึกงานที่เก่ง
ถ้าให้สรุปเป็นวิธีคิดเดียว ผมอยากให้ลองมองแบบนี้ครับ AI คือน้องฝึกงานคนหนึ่งที่เก่งมาก แต่เพิ่งเข้ามาวันแรก และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานของคุณเลย
น้องคนนี้ต้องการการสอนงานที่ครบถ้วน ต้องการคนใจเย็นพออธิบายว่าทำไม และต้องการคนที่ตรวจงานให้ก่อนส่งออกไป สิ่งที่น้องไม่ต้องการ คือความคาดหวังที่มากจนกลายเป็นการปัดความรับผิดชอบ ว่าถ้างานพลาด เป็นเพราะน้องไม่เก่ง
ถ้าคุณสอนงานดี น้องคนเก่งของคุณจะทำงานให้ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาครับ และวันหนึ่งน้องจะเถียงคุณกลับ ด้วยเหตุผลที่ดีกว่าของคุณ เหมือนคืนวันที่ 1 กันยายนของผม
แต่ไม่ใช่ทุกงาน
วิธีคิดนี้มีขอบเขตครับ และผมอยากพูดให้ชัดก่อนจบ
งานที่คุณเองก็ไม่รู้ว่าถูกคืออะไร อย่าใช้วิธีนี้ เช่นให้ AI ร่างสัญญาทั้งที่ตัวเองอ่านสัญญาไม่เป็น เพราะทั้งหมดที่ผมเล่ามาตั้งอยู่บนการรีวิว ถ้ารีวิวไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรรับประกันคุณภาพเลย
และงานที่ไม่มีเวลารีวิว ก็อย่าทำเช่นกัน ถ้าแผนคือโยนให้ AI แล้วส่งต่อทันที นั่นไม่ใช่การทำงานร่วมกัน นั่นคือการเอาชื่อตัวเองไปแปะบนงานที่ไม่เคยอ่าน
บทความนี้ก็ทำแบบที่เล่ามาครับ Claude ถามผมหลายรอบก่อนจะเขียน ไปเปิดประวัติโค้ดมาดูว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นจริงนาทีต่อนาที และตัดสิ่งที่ผมพูดแล้วยืนยันไม่ได้ทิ้งไป ผมอ่านทั้งหมดก่อนกดเผยแพร่ แล้วบรรทัดท้ายบทความก็บอกตามจริงว่าเขียนร่วมกับใคร
เกี่ยวกับผู้เขียน
ฟิล์ม — วิสิฏฐ์ ครับ ทำธุรกิจเป็นหลัก แต่ยังลงมือทำ BA เองอยู่บ่อยกว่าที่ควร และเขียนโค้ดได้ประปรายทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน มีธุรกิจเล็ก ๆ อยู่สองสามบริษัท ติดตามวงการเทคโนโลยีและธุรกิจแบบคลั่งไคล้ ทั้งในไทยและต่างประเทศ นอกเวลางานชอบฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ งาน DIY และเรื่องเน็ตเวิร์ก เปิดเพลงฟังตลอดเวลาแต่ร้องไม่เป็น ชอบเล่นดนตรีทั้งที่เล่นได้ไม่ค่อยดี เล่นกีฬาหลายอย่าง โดยเฉพาะกีฬาที่ใช้แร็กเกต ไม่ได้ชอบเที่ยวเท่าไร แต่ชอบพามิ้นท์ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นคนกลัว เอ้ย รักเมีย เสียอยู่อย่างเดียวคือแทบไม่เล่นเกม
เขียนร่วมกับ Claude Fable 5.1