บทความ
นักศึกษาที่หายไป มักส่งสัญญาณล่วงหน้าหนึ่งภาคการศึกษา
มหาวิทยาลัยมักรู้ว่าใครลาออกตอนที่เขาลาออกแล้ว ทั้งที่ข้อมูลบอกได้ก่อนหน้านั้นนาน
เผยแพร่
สมมติฐานที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้โดยไม่รู้ตัว คือนักศึกษาที่ออกกลางคันตัดสินใจออกเพราะเกรดตก
ข้อมูลมักบอกอีกอย่าง เกรดที่ตกเป็นอาการปลายทาง สิ่งที่เกิดก่อนหน้านั้นคือการหายไปจากคาบเรียนบางวิชา การไม่ส่งงานชิ้นเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครทวง การเลิกเข้าระบบการเรียนออนไลน์ในช่วงกลางภาค และการไม่ตอบอีเมลจากอาจารย์ที่ปรึกษา
สัญญาณเหล่านี้ปรากฏก่อนเกรดออกหลายสัปดาห์ และมันปรากฏอยู่ในระบบที่มหาวิทยาลัยมีอยู่แล้วทั้งหมด เพียงแต่กระจายอยู่คนละที่และไม่มีใครดูรวมกัน
ข้อมูลกระจายอยู่ตรงไหนบ้าง
ระบบทะเบียนรู้เรื่องการลงทะเบียนและเกรด ระบบจัดการเรียนการสอนรู้เรื่องการเข้าใช้งานและการส่งงาน ระบบบัตรนักศึกษารู้เรื่องการเข้าอาคาร ฝ่ายกิจการนักศึกษารู้เรื่องการเข้าร่วมกิจกรรม ฝ่ายการเงินรู้เรื่องการค้างชำระ
ไม่มีระบบไหนเห็นภาพรวม และอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งควรจะเห็น กลับเป็นคนที่มีข้อมูลน้อยที่สุด เพราะเขาเห็นแค่สิ่งที่นักศึกษาเล่าให้ฟัง
แบบจำลองความเสี่ยงทำอะไรได้
การรวมสัญญาณเหล่านี้เข้าด้วยกันแล้วให้คะแนนความเสี่ยง ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนทางเทคนิค สิ่งที่ยากคือการออกแบบว่าใครเห็นคะแนนนั้น และเห็นแล้วต้องทำอะไร
ระบบที่ใช้ได้จริงไม่ได้ส่งรายชื่อนักศึกษาเสี่ยงให้ผู้บริหาร แต่ส่งให้อาจารย์ที่ปรึกษาพร้อมบริบทว่าเห็นอะไรถึงบอกว่าเสี่ยง เช่น ไม่เข้าเรียนสามวิชาติดต่อกันสองสัปดาห์ และไม่เข้าระบบมาสิบวัน แล้วเว้นที่ให้อาจารย์ตัดสินใจเองว่าจะทักอย่างไร
เส้นที่ห้ามข้าม
คะแนนความเสี่ยงเป็นเครื่องมือที่อันตรายถ้าใช้ผิดทาง
ถ้ามันถูกนำไปใช้คัดกรองตั้งแต่รับเข้า มันจะกลายเป็นเครื่องมือกีดกันโดยอัตโนมัติ เพราะแบบจำลองที่เรียนจากอดีตจะเรียนรู้อคติที่มีอยู่ในอดีตไปด้วย นักศึกษาจากโรงเรียนบางกลุ่มหรือบางพื้นที่จะถูกให้คะแนนเสี่ยงสูงกว่าโดยไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวกับตัวเขาเลย
ถ้ามันแสดงบนหน้าจอที่นักศึกษาเห็น มันจะกลายเป็นคำทำนายที่ทำให้ตัวเองเป็นจริง
กติกาที่ควรตั้งไว้ตั้งแต่ต้น คือคะแนนนี้ใช้เพื่อจัดสรรความช่วยเหลือ ไม่ใช้เพื่อจัดสรรโอกาส และต้องมีการทบทวนเป็นระยะว่าแบบจำลองให้คะแนนกลุ่มใดสูงผิดปกติ
สิ่งที่มักได้ผลมากกว่าแบบจำลอง
ในหลายสถาบัน ผลลัพธ์ที่ใหญ่ที่สุดไม่ได้มาจากการทำนาย แต่มาจากการทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาเห็นข้อมูลที่มีอยู่แล้วในที่เดียว
หน้าจอเดียวที่แสดงว่านักศึกษาในความดูแลคนไหนขาดเรียนบ่อย คนไหนไม่ส่งงาน คนไหนค้างชำระ พร้อมช่องบันทึกว่าคุยกันไปแล้วเรื่องอะไร เปลี่ยนงานที่ปรึกษาจากการนัดคุยปีละครั้งเป็นการติดตามที่ต่อเนื่องได้ทันที โดยไม่ต้องมี AI เลย
ที่ GIPSIC เราทำส่วนไหน
งานแบบนี้เป็นงานเชื่อมระบบเป็นหลัก ระบบทะเบียนของแต่ละสถาบันมักเป็นระบบเก่าที่แก้ไม่ได้ ต้องออกแบบวิธีดึงข้อมูลออกมาโดยไม่กระทบการทำงานเดิม แล้วสร้างชั้นข้อมูลใหม่ที่ระบบอื่นต่อยอดได้
เราทำงานแบบวอเตอร์ฟอลเมื่อขอบเขตต้องนิ่ง และแบบอไจล์เมื่อโจทย์ยังต้องปรับระหว่างทาง งานเชื่อมระบบการศึกษามักเป็นแบบผสม เพราะส่วนที่ต่อกับระบบเดิมต้องนิ่ง แต่ส่วนที่คนใช้ต้องปรับตามที่อาจารย์บอกในเดือนแรก
อยากคุยเรื่องข้อมูลนักศึกษาของสถาบันคุณ ติดต่อเราได้
เกี่ยวกับผู้เขียน
ฟิล์ม — วิสิฏฐ์ ครับ ทำธุรกิจเป็นหลัก แต่ยังลงมือทำ BA เองอยู่บ่อยกว่าที่ควร และเขียนโค้ดได้ประปรายทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน มีธุรกิจเล็ก ๆ อยู่สองสามบริษัท ติดตามวงการเทคโนโลยีและธุรกิจแบบคลั่งไคล้ ทั้งในไทยและต่างประเทศ นอกเวลางานชอบฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ งาน DIY และเรื่องเน็ตเวิร์ก เปิดเพลงฟังตลอดเวลาแต่ร้องไม่เป็น ชอบเล่นดนตรีทั้งที่เล่นได้ไม่ค่อยดี เล่นกีฬาหลายอย่าง โดยเฉพาะกีฬาที่ใช้แร็กเกต ไม่ได้ชอบเที่ยวเท่าไร แต่ชอบพามิ้นท์ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นคนกลัว เอ้ย รักเมีย เสียอยู่อย่างเดียวคือแทบไม่เล่นเกม
เขียนร่วมกับ Claude Opus 5